สูตรแบล็คแจ็ค,วิธีเล่นแบล็คแจ็ค

title_temp

ลูกใจสลาย พ่อติดโควิดนอนรอแอดมิทที่ รพ. 7 ชั่วโมง ก่อนให้กลับบ้าน สิ้นใจสลด

ลูกใจสลาย พ่อติดโควิดนอนรอแอดมิทที่ รพ. 7 ชั่วโมง ก่อนให้กลับบ้าน สิ้นใจสลด

สนับสนุนเนื้อหา

ลูกชายเล่าทั้งน้ำตา พ่อติดโควิด นอนรอที่ รพ. นานกว่า 7 ชั่วโมง อ้างไม่มีเอกสาร-เตียงเต็ม ก่อนให้กลับมารักษาที่บ้าน สุดท้ายเสียชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (20 ก.ค.) อาสาสมัครกู้ภัยป่อเต็กตึ๊งได้รับแจ้งว่ามีผู้ป่วยติดโควิดเสียชีวิตภายในห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในซอยกิ่งแก้ว 34 ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จึงนำกำลังชุดปฎิบัติการตอบโต้โควิดเดินทางเข้าตรวจสอบ พบร่างชายสูงอายุ วัย 63 ปี เสียชีวิตอยู่ในห้องพัก ในสภาพมีเลือดออกที่ปาก และเป็นผู้ป่วยอัมพาตครึ่งตัว

เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันบรรจุร่างใส่ถุงซิป 3 ชั้น ก่อนจะนำบรรจุเข้าโลงศพทันที และพ่นยาฆ่าเชื้อโดยรอบ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ โดยมีผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.บางแก้ว ร่วมกันเป็นพยาน

ก่อนเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตมาที่เมรุวัดชวดลากข้าว เพื่อเข้าเตาฌาปนกิจศพทันที ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของบุตรและญาติ โดยทางครอบครัวของคุณตา วัย 63 ปี ทำได้แค่นิมนต์พระมาสวดหน้าเตาเผาเท่านั้น 

จากการสอบถาม นายวรพจน์ บุตรชายของผู้เสียชีวิต เล่าทั้งน้ำตาว่า คุณพ่อของตนเดิมทีป่วยมีโรคประจำตัวทั้งเบาหวาน ความดัน และสมองตีบ ที่ผ่านมายังพอช่วยเหลือตัวเองได้บ้างแต่ก็ไม่แข็งแรง จนมาก่อนหน้านี้ไม่กี่วันคุณแม่ได้ติดเชื้อโควิด-19 จนมีการแยกห้องกักตัวที่บ้าน

จากนั้นคุณพ่อเริ่มมีอาการ หายใจเหนื่อย มีไข้สูง และเริ่มช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พอมาช่วง 09.00 น. ของเมื่อวันที่ 19 ก.ค. ได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้ช่วยนำคุณพ่อส่งตรวจและรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งขณะนั้นลูกๆ ได้ไปทำงาน

จนกระทั่งเลิกงาน 16.00 น. ตนจึงรีบขับรถไปโรงพยาบาลดังกล่าว เพื่อไปดูคุณพ่อ แต่พอไปถึงกับพบว่าคุณพ่อยังไม่ได้รับการรักษาหรือตรวจโรคแต่อย่างใด ถูกปล่อยรอบนเตียงเข็นคนไข้ที่จอดอยู่ข้างเสาที่ลานจอดรถของโรงพยาบาลดังกล่าว

พอไปสอบถามเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลอ้างว่าคนไข้ไม่มีเอกสาร และรอเอกสารจากทางญาติ ตนจึงรีบแสดงเอกสาร ก่อนเจ้าหน้าที่จะพาเข้าตรวจเพียงไม่กี่นาที และมีเจ้าหน้าที่มาแจ้งตนเองว่า คุณพ่อตนเชื้อยังไม่ลงปอด ให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้านโดยให้ยามาทาน

ซึ่งตนก็ยังแปลกใจว่าเหตุใดจึงไม่รับตัวไว้รักษาที่โรงพยาบาล เนื่องจากเห็นได้ชัดว่าคุณพ่อเริ่มมีอาการทรุดลง จึงอ้อนวอนขอให้รับตัวเพื่อดูอาการหรือรักษาที่โรงพยาบาล แต่มีเจ้าหน้าที่บางท่านแจ้งว่าเตียงเต็ม แต่หากจะนอนต้องจ่ายเงิน 1,500 บาท ซึ่งในขณะนั้นตนก็ยอมที่จะจ่าย

แต่สุดท้ายทางโรงพยาบาลยังยืนยันให้กลับมารักษาตัวที่บ้าน โดยให้ยาฟาวิพิราเวียร์และยาอื่นมาทาน จึงจำใจพาคุณพ่อกลับมาที่ห้องพักจนกระทั่งมาช่วงบ่ายวันนี้ อาการคุณพ่อเริ่มทรุดหนักอีกครั้ง และมีการไอออกมาเป็นลิ่มเลือดจำนวนมาก ก่อนจะสิ้นลมหายใจในที่สุด

ด้าน นางสาวสุกัญญา ลูกสะใภ้ ระบุว่า ตนเองและครอบครัวติดใจสาเหตุที่โรงพยาบาลไม่รับตัวคุณพ่อไว้รักษา โดยที่หนึ่งในพยาบาลอ้างว่า คุณพ่อน่าจะติดเชื้อตัวเดียวกับแม่ที่มาก่อนนี้ และให้กลับมารักษาด้วยกันที่บ้าน อาการของคุณพ่อยังถือว่าไม่ใช่อาการคนไข้หนัก ถึงขั้นต้องรับตัวไว้รักษา อีกทั้งโรงพยาบาลมีหมอเวรเพียงคนเดียว ยืนยันจะให้คุณพ่อกลับมารักษาที่บ้าน

ซึ่งตนยังบอกกลับไปว่าที่บ้านก็มีคนติดเชื้อ อีกทั้งที่พักก็เป็นชุมชนขนาดใหญ่ หวั่นเรื่องการแพร่กระจายของเชื้อ แต่ทางโรงพยาบาลก็ยังออกมายืนยันที่จะให้กลับ จนมาเกิดเรื่องเศร้ากับครอบครัว วันนั้นหากโรงพยาบาลรับตัวคุณพ่อไว้รักษา ชีวิตคุณพ่ออาจจะอยู่กับลูกกับหลานได้อีกหลายวัน 

ทั้งนี้ หลังจากนี้ทางครอบครัวได้พูดคุยกันแล้วว่าจะเดินหน้าเรียกร้องขอความเป็นธรรม และขอให้ทางโรงพยาบาลออกมาชี้แจงกับเรื่องที่เกิดขึ้น